ธุรกิจ SMEs กับเอกสารและการวางแผนภาษีนิติบุคคล

บริหารงานด้วย ERP

คุณเคยเจอปัญหาเกี่ยวกับภาษีในธุรกิจ SMEs ของคุณมั้ย? ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเตรียมเอกสารยื่นสรรพากร ช่วงแรก ๆ ซื้อของเข้าบริษัทแล้วใช้ชื่อตัวเองซื้อก็เสียภาษีไม่ถูก อาจจะเคยยื่นภาษีผิดแล้วโดนค่าปรับ เงินเพิ่ม บ้างล่ะศัพท์ทางภาษีก็แสนก็จะยุ่งยากบางครั้งอ่านไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิดรึเปล่า? วันนี้ในบทความของเรามีคำตอบที่สรุปมาให้เข้าใจได้ง่าย ๆ เพื่อคุณ

การวางแผนภาษีอากร (Tax Planning) คือ การกำหนดแนวทางว่าทำอย่างไรถึงจะทำไรให้เสียภาษีน้อยที่สุด แต่ยังอยู่ในความถูกต้อง ครบตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของกฎหมายภาษีอากร

ธุรกิจต้องต้องทำอย่างไรในการวางแผนภาษีอากร?

– ค้นคว้าความรู้เรื่องภาษี

– จะซื้อของเข้าบริษัท ต้องใช้ชื่อกิจการเท่านั้น

– หาวิธีลดหย่อนภาษี …เท่าที่จะมากได้

โทรหาสรรพากร …อย่าขัดเขินเลย

– หาผู้ช่วยที่ดีในการจัดการภาษีในธุรกิจ SMEs ของคุณ

 ก่อนที่จะทำการวางแผนภาษีนิติบุคคลได้นั้น ผู้ประกอบการต้องศึกษาความรู้เกี่ยวกับภาษีนิติบุคคลเสียก่อน 

ค้นคว้าความรู้เรื่องภาษี

เริ่มจากภาษีนิติบุคคลมีอะไรบ้าง และต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการยื่นแก่สรรพากร 

  1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล : คือ ภาษีจากกำไรสุทธิ (กำไรสุทธิ = รายได้ – ค่าใช้จ่าย) ที่บริษัทนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องจ่ายหากเข้าเกณฑ์ที่กำหนด (รายงาน ภ.ง.ด. 50 และ รายงาน ภ.ง.ด. 51)

– รายงาน ภ.ง.ด. 50 คือ รายงานสำหรับรอบสิ้นปี โดยต้องยื่นแบบและชำระภาษีภายใน 150 วันนับจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี

– รายงาน ภ.ง.ด. 51 คือ รายงานสำหรับรอบครึ่งปี โดยต้องยื่นและชำระภาษีภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี

  1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม : คือ ภาษีที่เก็บจากมูลค่าการซื้อขายและการให้บริการภายในประเทศ รวมถึงสินค้านำเข้า โดยจะเก็บเฉพาะผู้ประกอบการมีรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ปัจจุบันภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 7% (รายงานภาษีซื้อ, รายงานภาษีขาย, รายงาน ภพ. 30) และรายงานต่าง ๆ ต้องนำส่งสรรพากรภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน

– รายงานภาษีซื้อ คือ เอกสารบันทึกจำนวนภาษีซื้อของกิจการที่ถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนรายอื่นเรียกเก็บในแต่ละเดือนภาษีภาษีซื้อเกิดขึ้นในเดือนใดก็เป็นภาษีซื้อของเดือนนั้น

– รายงานภาษีขาย คือ เอกสารบันทึกจำนวนภาษีขายของกิจการที่เรียกเก็บจากลูกค้าในแต่ละเดือนภาษี ภาษีขายที่เกิดขึ้นในเดือนใดก็เป็นภาษีขายของเดือนนั้น

– รายงาน ภพ. 30 คือเอกสารสรุปภาษีซื้อ-ภาษีขาย ที่เจ้าของธุรกิจต้องเอาไว้ใช้ยื่นแสดงภาษีมูลค่าเพิ่มแก่กรมสรรพากรทุกเดือน ไม่ว่าจะมีรายการซื้อขายหรือไม่

  1. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย : คือ ภาษีที่ถูกหักไว้ล่วงหน้า ซึ่งภาษีประเภทนี้ สามารถขอคืนได้ภายหลังผ่านการขอลดหย่อนตามเงื่อนไขต่าง ๆ (หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย,รายงาน ภ.ง.ด. 2, รายงาน ภ.ง.ด. 3,
    รายงาน ภ.ง.ด. 53, รายงาน ภ.ง.ด. 54 และ รายงาน ภพ. 36) แล้วนำส่งสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

รายงาน ภ.ง.ด. 1 คือ เอกสารที่กิจการต้องแจ้งพนักงานที่มีรายได้ถึงฐานที่ต้องเสียภาษีแล้วเท่านั้น เพื่อยื่นแก่สรรพากร

– รายงาน ภ.ง.ด. 2 คือ แบบยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ต้องนำส่งกรมสรรพากร หากบริษัทมีรายจ่ายที่เป็นเงินได้ประเภท 40(3) และ 40(4)

  • เงินได้ประเภท 40(3) คือ เงินได้พึงประเมินในรูปของ ค่าลิขสิทธิ์ ค่าตอบแทนทรัพย์สินทางปัญญา หรือค่า Goodwill
  • เงินได้ประเภท 40(4) คือ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเงินได้ในรูปของดอกเบี้ย เงินปันผล

– รายงาน ภ.ง.ด. 3 คือ แบบยื่นเพื่อแจ้งการหักภาษี ณ ที่จ่าย ของนิติบุคคลที่ทำธุรกรรมกับบุคคลธรรมดา ที่เจ้าของธุรกิจ (นิติบุคคล) จะต้องหักออกจากค่าจ้างที่จ้างบุคคลภายนอกให้มาทำงานให้บริษัท

– รายงาน ภ.ง.ด. 53 คือ แบบยื่นเพื่อแจ้งการหักภาษี ณ ที่จ่าย ระหว่างนิติบุคคลด้วยกัน

– รายงาน ภ.ง.ด. 54 คือ แบบยื่นหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่นิติบุคคลจ่ายเงินได้ประเภท 40(2) – (6) ให้กับนิติบุคคลที่ตั้งตามกฏหมายต่างประเทศจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเพื่อนำส่งกรมสรรพากรโดยการหักภาษี ณ ที่จ่ายจะแบ่งเป็น 2 กรณีดังนี้

  • เงินได้ประเภท 40(2) – 40(6) หักภาษี ณ ที่จ่าย 15%
  • เงินได้ประเภท 40(4) – เงินปันผล หักภาษี ณ ที่จ่าย 10%

– รายงาน ภพ. 36 คือ แบบยื่นที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ที่พิเศษก็คือผู้จ่ายค่าสินค้าหรือบริการจะเป็นผู้ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มแทน เนื่องจากผู้ขายหรือผู้ให้บริการไม่ได้เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทย

– หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย คือ เอกสารที่ผู้จ่ายเงินที่มีหน้าที่หัก ณ ที่จ่าย ออกให้ผู้รับเงินเมื่อได้ทำการหักเงินบางส่วนไว้ตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร โดยหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายนี้ต้องออกให้แก่ผู้รับเงิน 2 ฉบับที่มีข้อความตรงกัน

 

  1. ภาษีธุรกิจเฉพาะ : คือ ธุรกิจซึ่งดำเนินการในประเทศไทยที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ คือธุรกิจประเภท ธนาคารพาณิชย์, ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์, บริษัทประกันชีวิต, โรงรับจำนำ, กิจการประกอบการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ (รายงาน ภ.ธ.40) และรายงานต้องนำส่งสรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ไม่ว่าจะมีรายรับในเดือนนั้นหรือไม่ก็ตาม

– รายงาน ภ.ธ. 40 คือ รายงานภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับกลุ่มธุรกิจที่สรรพากรกำหนดไว้เท่านั้น

 

  1. อากรแสตมป์ : คือ ภาษีที่จัดเก็บในรูปของดวงแสตมป์ที่ใช้สำหรับปิดบนเอกสารราชการและหนังสือสัญญาต่าง ๆ (แบบ อ.ส. 4) ปกติเสียอากรแสตมป์ได้ 3 วิธี คือ 

– ติดอากรแสตมป์ทับบนกระดาษแล้วขีดคร่อม

– ติดแสตมป์ดุนบนกระดาษ (ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยม)

– เสียอากรแสตมป์ด้วยเงินสด หรือแบบ อ.ส. 4 คือ แบบขอและอนุมัติให้เสียอากรแสตมป์ด้วยเงินสด เพราะกิจการต้องจ่ายค่าอากรแสตมป์เป็นจำนวนมาก

 

จะซื้อของเข้าบริษัท ต้องใช้ชื่อกิจการเท่านั้น

หากกิจการต้องซื้ออะไรเข้ามาเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทควรออกในนามบริษัทเท่านั้น รวมทั้งต้องออก ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน หรือบิลเงินสดที่มี ชื่อ ที่อยู่ของผู้ขาย และต้องระบุชื่อบริษัทของเราด้วย เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานค่าใช้จ่ายของบริษัทต่อไปได้ การขอเอกสารที่ถูกต้องจะช่วยให้กิจการสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทมาหักค่าใช้จ่ายตอนจะยื่นภาษีได้ แต่ค่าใช้จ่ายนั้นต้องไม่เป็นค่าใช้จ่ายต้องห้ามที่สรรพากรกำหนดไว้ เช่น ค่าใช้จ่ายที่มีลักษณะเป็นของส่วนตัว การให้โดยสเน่หา ค่าใช้จ่ายที่ปลอมขึ้นมา เป็นต้น

 

หาวิธีลดหย่อนภาษี …เท่าที่จะมากได้

ลองศึกษาสิทธิประโยชน์ด้านการลดหย่อนภาษีให้ดี แล้วใช้สิทธิเหล่านั้นอย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายการนำเอานวัตกรรมมาใช้ในองค์กร ค่าเทรนนิ่งพนักงาน ค่าประกันชีวิตพนักงาน ค่าจ้างผู้สูงอายุมาทำงานในองค์กร เป็นต้น ทั้งหมดนี้สามารถนำมาช่วยลดหย่อนภาษีธุรกิจ SMEs ของคุณได้ และช่วยให้คุณวางแผนภาษีได้อย่างรอบด้านครบถ้วน

 

โทรหาสรรพากร …อย่าขัดเขินเลย

หากคุณทำทุกวิธีแล้ว …แต่ยังเกิดปัญหาด้านภาษี อย่าอายเลยที่จะโทรหาสรรพากร พวกเขาเพียงจะช่วยแก้ปัญหาให้กับคุณ ซึ่งดีกว่าการยื่นภาษีไปแบบผิด ๆ แล้วต้องเสียค่าปรับ หรือเงินเพิ่มในภายหลังแน่นอน

 

หาผู้ช่วยที่ดีในการจัดการภาษีในธุรกิจ SMEs ของคุณ

จะเป็นเช่นไรถ้าธุรกิจ SMEs ของคุณมีนักบัญชีเก่งๆ นักกฎหมายดี ๆ รวมทั้ง ERP ที่ได้รับมาตรฐานจากสรรพากรอย่าง NEXcloud ERP มาช่วยดูแลธุรกิจของคุณการจัดการบัญชีและภาษีจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปด้วยระบบที่ช่วยลดขั้นตอนในการทำงานของคุณลง การวางแผนภาษีและจัดการขอคืนภาษีซื้อที่เป็นระบบ รูปแบบเอกสารที่ถูกต้องตามหลักสรรพากร ไม่ว่าจะเป็น รายงานภาษีซื้อ, รายงานภาษีขาย, รายงาน ภ.ง.ด. 3, รายงาน ภ.ง.ด. 53, รายงาน ภพ. 30, และหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย อีกทั้งในตอนนี้ทางบริษัทยังอยู่ในกระบวนการอัปเดตเอกสารเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็น รายงาน ภ.ง.ด. 2, รายงาน ภ.ง.ด. 54 รายงาน ภพ. 36 และเอกสารอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคตอีกด้วย เรียกได้ว่าคลอบคลุมเอกสารเกือบทั้งหมดที่ต้องใช้ยื่นกับสรรพากรเลยทีเดียว ทั้งหมดนี้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจรวมทั้งยังช่วยให้มีเวลาส่วนต่างไปคิดพัฒนาธุรกิจในด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นต่อคู่แข่งเพิ่มขึ้นอีกหลายขั้นจากการมีผู้ช่วยและระบบบริหารองค์กรที่ดี

NEXcloud ERP  โซลูชันบริหารธุรกิจบนคลาวด์ เป็นระบบ ERP ที่เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมี SAP Business One ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์มาตรฐานระดับโลกเป็นกลไกหลักในการทำงานมีเทมเพลตธุรกิจที่สามารถเลือกแพ็กเกจได้ตามความเหมาะสมของธุรกิจ ค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงในลักษณะ Subscription Model ไม่มีค่าฮาร์ดแวร์ ไม่มีค่าดูแลระบบ และไม่มีค่าอัปเดต ช่วยให้ควบคุมต้นทุนได้ ออกแบบมาเพื่อธุรกิจ SMEs โดยเฉพาะ ออกแบบ ดูแล และวางระบบธุรกิจ โดย NEXUS บริษัทที่ปรึกษาโซลูชันธุรกิจ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 23 ปี และเชี่ยวชาญมากกว่า 10 อุตสาหกรรม

 

NEXcloud ERP ระบบบริหารจัดการธุรกิจบนคลาวด์ เชื่อมต่อกระบวนการทำงานของหน่วยงานต่างๆในองค์กรของคุณ ให้อยู่ภายใต้แพลตฟอร์มเดียวกันอย่างลงตัว ตอบโจทย์รูปแบบธุรกิจไทย ทั้งโปรแกรมภาษี การวางบิล การจัดการเช็ค และการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ มาพร้อมชุดแบบฟอร์มเอกสารรายงาน และแดชบอร์ดวิเคราะห์ข้อมูลอัจฉริยะ ช่วยการตัดสินใจและบริหารธุรกิจของคุณ

🧑‍ สนใจระบบ ERP /ซอฟต์แวร์ธุรกิจ #ปรึกษาฟรี!

☎️ โทร :  080-070-7196
📲 Line Official Account : https://lin.ee/fopYCxl
📣 FB : NEXcloud solution ​
💻 เว็บไซต์ : https://nexcloudsolution.com/
📧 อีเมล : Mkt.th@nexus-sr.com

 

#NEXcloudERP #ระบบERP #ERPสำหรับSMEs #cloud #cloudERP #ERPsoftware #SMEs #ภาษีนิติบุคคล #การวางแผนภาษีนิติบุคคล #เอกสารภาษี

 

Nexcloud ERP Line OA
NEXcloud ERP facebook

อ่านบทความเพิ่มเติม​

ตอบโจทย์ทุกธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานด้วย ระบบ ERP

ตอบโจทย์ทุกธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานด้วย ระบบ ERP

ในสภาวะการตลาดที่มีการแข่งขันสูง ธุรกิจควรปรับตัวด้วยการมองหาโซลูชันหรือเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อมาใช้ในการบริหารธุรกิจกันมากขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของธุรกิจคือช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องของการบริหารต่าง ๆ ทั้งด้านกลยุทธ์เกี่ยวกับการขาย การทำงานภายในองค์กร...

read more
5 ผลลัพธ์สุดทึ่ง! ทำไม SMEs ต้องใช้  Project Management

5 ผลลัพธ์สุดทึ่ง! ทำไม SMEs ต้องใช้ Project Management

ธุรกิจ SMEs ของคุณกำลังพบปัญหาเหล่านี้อยู่หรือเปล่า? ต้องใช้ Project Management ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคนในทีมทำงานไม่เป็นระบบ งานล้นมือจนลำดับไม่ถูกว่าต้องทำงานไหนก่อนหลัง หรือปัญหาการติดตามงานในลูปที่ไม่รู้ว่าถึงขั้นตอนไหนแล้ว สุดท้ายต้องมาปั่นกันตอนใกล้ครบกำหนด...

read more
สรุป 10 คำถาม Q&A Webinar “ทะลุเป้าเอาอยู่ทุกออเดอร์ ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ ด้วย  NEXcloud ERP”

สรุป 10 คำถาม Q&A Webinar “ทะลุเป้าเอาอยู่ทุกออเดอร์ ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ ด้วย NEXcloud ERP”

หลังจากจบงานสัมมนา "ทะลุเป้าเอาอยู่ทุกออเดอร์ ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ ด้วย NEXcloud ERP"  ที่ผ่านมามีข้อสงสัยหลากหลายคำถามเกี่ยวกับโซลูชัน NEXcloud ERP วันนี้เราจะมาร่วมไขคำตอบกัน 1.ปัจจุบันมีหน้าร้านอยู่บน shopee และ lazada เน็กคลาวด์ ช่วยใน...

read more
ภาษีซื้อเฉลี่ย เรื่องที่ธุรกิจ SMEs ไม่ควรมองข้าม

ภาษีซื้อเฉลี่ย เรื่องที่ธุรกิจ SMEs ไม่ควรมองข้าม

ด้วยการแข่งขันทางธุรกิจที่มากขึ้น ธุรกิจในยุคปัจจุบันจึงต้องมีความหลากหลายและเป็นธุรกิจที่ครบวงจรเพิ่มมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยธุรกิจ ๆ เดียวต้องแบ่งไลน์สินค้าและบริการออกเป็นหลายรูปแบบ บางรูปแบบต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม...

read more